วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กุ๊กไก่

มนุษย์โลกช่วยพยายามทำความเข้าใจบุคคลที่หน้าตาแตกต่างจากคุณหน่อย
เพราะฉันเองก็จะพยายามทำความเข้าใจบุคคลที่หน้าตาไม่เหมือนฉันเหมือนกัน

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

วิบวับหรือวอมแวม

อยู่อยู่มาวันหนึ่ง
ก็ค้นพบว่าตนเองเข้าใจคำที่เคยฟังแล้วไม่เข้าใจขึ้นอีกมากโข

คำที่เพื่อนเคยปรึกษา แล้วเราได้แต่เออออไปให้เพื่อนสบายใจ
คำที่เคยอ่านเจอในหน้าหนังสือ แล้วผ่านไป
คำที่เคยจำได้แต่รูปประโยค แต่ไม่เคยเข้าใจในความหมาย

ประโยคหลายประโยค คำหลายคำ มันสว่างได้แค่รู้สึก

อยากกินเกี๊ยวซ่าไทยไดมารูจัง
มันยังมีขายอยู่รึเปล่าหนอ
บันไดเลื่อนแห่งแรกของประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2552

ฝนตก ปิดถนน มอ'ไซต์ฟัน พระตรีมูรติ

เริ่มต้นวันนี้ พร้อมๆกับเสื้อแดงเริ่มต้นปิดถนน
เกิดอาการตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศการเมืองขนาดนี้

วันนี้มีนัดแถวห้าแยกลาดพร้าวตอนสี่โมง
จึงจำเป็นต้องออกจากบ้านตอนบ่ายสามสิบห้า ทั้งๆที่ฝนตกแบบเท้าเปียก

ตัดสินใจไปยืนรอรถเมล์ที่หน้าโรงแรมอินทราตามปกติ
เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าที่อนุสาวรีย์หรือสนามเป้า เพื่อไปลงหมอชิต
แต่รอรถเมล์อยู่สักแป๊ป ก็รู้สึกว่ารถติดมากไปป่าว
ตัดสินใจไม่รอ เพราะขี้เกียจตากห่าฝน
พยายามเรียกวินมอ'ไซต์เพื่อพาไปรถไฟฟ้าที่ใกล้สุด คือพญาไท
เสียไปสามสิบ แบบจริงๆควรจะสิบห้า หรือยี่สิบ มอ'ไซต์ขี้ฟันเอ้ย

พอขึ้นรถไฟฟ้าผ่านอนุสาวรีย์...
ไม่มีรถวิ่ง มีแต่เสื้อแดงประมาณไม่ถึงร้อยคนยืนโบกธงไปมา
อ่าว เฮ้ย ปิดถนนหรอวะ มิน่ารถติด

...นั่นแหละประสบการณ์ใกล้ชิดสุดแล้ว -_-

ทีนี้คุยธุระเสร็จ
ขากลับนะสิ ฝนก็ยังตกอยู่ หนักกว่าเดิม พา....ยุ....โนว
ตอนหกโมง ตัดสินใจโดยสารเอ็มอาร์ที และบีทีเอสลงที่สยาม
แล้วเดินกลับบ้านเอา

ระหว่างทางเจอเรื่องแปลกอยู่
คือคิดว่ารถไฟฟ้าคนต้องเยอะแน่ แต่กลับชิลๆ ปกติ มีแต่คนยืนรอคิวซื้อบัตร แต่คนขึ้นมีปกติ?
ทำไมหว่า
ระหว่างเดินจากสยามกลับประตุน้ำต้องผ่านหน้าเซนทรัลเวิลด์
รถติดมากกกกก
แต่พลันสายตาก็หันไปเห็นพระตรีมูรติ...
คนก็เยอะมากกกกกกกเหมือนกัน???

ทำไม ทำไม ทำไม
ฝนตก ปิดถนน รถติด แต่คนก็ยังมาไหว้พระตรีมูรติเยอะอยู่
เพราะเป็นวันพฤหัสที่เชื่อว่า ไหว้วันนี้ศักดิ์สิทธิ์สุด
หรือรถที่อยู่หน้าเซนทรัลเวิลด์ติดมาก จนคนตัดสินใจออกมาไหว้พระและกัน??!!

เพราะอะไรอะ

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

เธอช่าง...

เธอ...ช่าง


สวยงาม ลึกลับ น่าค้นหา


ดั่งแสงสี ดั่งแสงเงา ดั่งแสงสะท้อน


กว้างใหญ่ แง่มุมหลากหลาย


น่าแสวงหา น่าพบเจอ





เธอทำให้ฉันหลงใหล


เธอทำให้ฉันเบื่อหน่าย


เธอส่งผลต่อฉันมากมาย





ใจนึงอยากจะค้นเธอให้ลึกขึ้น รู้จักเธอให้เยอะขึ้น


แต่อีกใจขอพักไว้ก่อน เดี๋ยวก่อน


เพราะยังไงเธอก็ยังยืนอยู่ตรงนี้





โอกาสเข้ามา แสงสีงามตา หลอกล่อให้ใจออกไปหวั่นไหวกับสิ่งอื่นด้านนอก


งั้นพักเธอไว้ก่อนนะ กรุงเทพมหานคร



เห็นอยู่ทุกวัน ใช้ชีวิตกับมัน มีเวลาอีกชั่วกัลป์ที่จะค้นหาเธอมากกว่านี้


งั้นพักเธอไว้ก่อนนะ กรุงเทพมหานคร





ไปหัวหินก่อน ไปเชียงใหม่ก่อน ไปภูเก็ตก่อน


แบ็คแพ็คเวียงจันทน์ แบ็คแพ็คเมลเบิร์น แบ็คแพ็คโตเกียว


โอ้เกาหลี โอ้เมกา โอ้ปารีส


โอ้โอ้โอ้


ก็มันมีตั้งเยอะอะ อยากไปก่อนนี่


อีกไม่นาน คงถึงคิวที่จะรู้จักเมืองเกิดตัวเองสักที





วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

คนกำลังคน

อยากหนีไปให้ไกล
อยากหลบให้พ้น
แต่รู้ทั้งรู้
ยังไงก็ยังคงโหยหา

มีคู่ตรงข้ามในตัวเองสูงเหลือเกินช่วงนี้

อยากนั่งเฉยๆ แต่ก็อยากขวนขวายหาอะไรทำ
ฯลฯ
เฮ้อ คนคนคน

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

บรื๋อบะลึมบะฮึยบรื๋อ

หลอนจริงจริงจังจัง
ผ่านไปเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี แต่ทำไมมันยังหลอนอยู่เรื่อยๆวะ
เกือบทั้งวัน เกือบทั้งเดือน เกือบทั้งปี
เพราะเรา เพราะเธอ หรือเพราะใคร
เพราะธรรมชาติมันพาให้หลอน หรือเพราะมนุษย์ด้วยกันเองกันแน่
ยังคงหลอนไปเรื่อยๆ หลับฝันตื่นคิด หลอนนนนน
ผีตัวนี้น่ากลัวชะมัด
หมอผีมาจับมันยัดลงหม้อปิดยันต์ที อย่าให้มาหลอนมาหลอกอีกเลย
แล้วจะไปหาหมอผีจากไหนได้ดี
ถ้าเราเป็นหมอผี แล้วจะเก่งพอที่จะหยุด ไม่ให้มีอะไรอย่างอื่นมาปล่อยผีตัวนี้ออกมาอีกรึเปล่า
help me...หลอน บรื๋อ

เราเกิดทุกข์ เพราะคนอื่น

เราทุกข์
เราไม่สบายใจ
เราโหยหาความสุข
เพราะ คนอื่น คนอื่น คนอื่น
ที่เราเสือกดันเอาเขามาเปรียบ
เพราะ คนอื่น คนอื่น คนอื่น
ที่เราเสือกเอาสายตาเขามาเป็นตัววัด
เพราะ คนอื่น คนอื่น คนอื่น
ที่เราเสือก เสือก เสือก
เฮ้อ...
เปรียบเทียบ ไม่เท่า เขาดีกว่า
มองเขา มองตัวเอง เราด้อยค่า
กลัว ผลักดันตัวเอง วงจรอุบาทว์
หยุดสักทีได้ป่าว ห๊ะ!!!

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

เด็กร่างใหญ่

ปีแล้วปีเล่าผ่านไป
โลกใสใส เริ่มมืดลง
ตาใสใส เริ่มหมองหม่น
ความเป็นเด็กเหลือเล็กลงจนน่าใจหาย

ออกไปเติมความรู้
ออกไปหาประสบการณ์
แต่เด็กในตัวโลดแล่นอยู่ได้ไหม
อย่าให้แทนที่ไป
กลับให้พอกพูนมา
เด็กและผู้ใหญ่ในใจ อยากให้เติบโตไปด้วยกัน

ทำแบบเด็ก คิดแบบเด็ก
มองใครใคร อย่างสดใส
ดีเป็นดี ร้ายเป็นร้าย
ไม่เคลือบแคลงสงสัยจนทำร้ายตัวเอง

ยิ้มบริสุทธิ์ย้อมใจให้สวยงาม
โลกใหญ่ใหญ่ คงน่าอยู่
สังคมเล็กเล็ก คงน่ารัก
แค่มีเด็กอยู่ในกายผู้ใหญ่เท่านั้นเอง

เถิดนะ ขอร้องเถิดนะ
แม้...

ออกไปเติมความรู้
ออกไปหาประสบการณ์
แต่เด็กในตัวโลดแล่นอยู่ได้ไหม
อย่าให้แทนที่ไป
กลับให้พอกพูนมา
เด็กและผู้ใหญ่ในใจ อยากให้เติบโตไปด้วยกัน

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2552

แกว่ง

คำว่า แกว่ง
ให้ความรู้สึกด้านลบ หรือ บวก

"แกว่ง"

รู้สึกว่าอารมณ์เรานั้นแกว่งง่ายเหลือเกิน
ตอนหกโมงเย็น alert สุดๆ
ตอนสี่ทุ่ม งืดมากซะแล้ว
ขึ้นอยู่กับอะไร...
สิ่งที่ทำอยู่ตอนนั้น คนที่ปฏิสัมพันธ์ด้วย ห้วงความคิดที่เกิดขึ้น
มันแกว่ง...
สิ่งที่พบเจอ คำพูดที่ได้ยิน การกระทำของตัวเอง
ทำให้แกว่ง...
แต่
แต่แกว่ง...

แกว่งชิงช้า นั้นเพลิดเพลิน สนุกสนาน ไหลลื่น ไม่หยุดนิ่ง
ต่างจากนั่งชิงช้าเฉยๆโดยไม่แกว่ง
แกว่งไปมา ขึ้นลง หน้าหลัง เฉออกด้านข้างบ้าง
พอเป็นสีสัน
จะไม่ล้ม..เพราะแกว่งได้ มันต้องมีสมดุลที่ดี ความถี่ที่เหมาะสม

อย่ากังวลไปเลย เพราะแกว่งไปมาอย่างไร มันก็จะผ่านจุดเดิมๆอยู่ดี

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552

แดนเนรมิต เนรมิตชัยชนะ

โอ้เย
เป็นครั้งแรกที่ไปนั่งเชียร์บอลกะคนเยอะเยอะ
แมนยู-ลิเวอร์พูล ณ แดนเนรมิต
สวนสนุกเก่าที่วันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้กลับไปเที่ยวสวนสนุกครั้งแรก

ตื่นตาตื่นใจกับคนมากมาย ใส่เสื้อแดง แต่ไม่ใช่ กลุ่มคนเสื้อแดง
มหัศจรรย์ไปกับความตื่นเต้นลุ้นระทึก เข้า ไม่เข้า เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เย้!
สนุกสนานเวลามีคนกรี๊ดเป็นหมู่มวลอยู่ล้อมรอบ เหมือนเวลาเล่นไวกิ้ง
พอยิ่งผลออกมาสมใจ ยิ่งเหมือนเป็นผลกำไรเล้ยยย

ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ทุกคนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก
ไม่มีการตรวจอาวุธก่อนเข้างาน
ไม่มีตำรวจมายืนมากมาย
แถมยังถากถาง ใช้คำพูดน่าถีบแก่กันและกันอีก
แต่ไม่มีเรื่องเลยแฮะ...ไม่ตายอย่างที่แอบกลัวตอนแรก

อยากไปอีกทีแฮะ เตะอีกเหอะ แดงเดือด...ยะฮู้

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

วงกลม กลมกลม

คุณกำลังประสบปัญหาไร้งานไร้เงิน
รู้สึกหดหู่กับปัญหาของตัวเองรู้สึกหดหู่จากสายตาที่เขาไม่ได้ตั้งใจสื่อความหมาย
แต่คุณก็รู้สึกไปเองว่าเขาประเมินคุณอย่างไร้ค่า
แล้วยังโดนประนามหยามเหยียดว่าคุณไม่ได้พยายามทำอะไรเลย
ทั้งๆที่คุณไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตเคยพยายามอะไรมากขนาดนี้แล้วล้มเหลว

แล้วจู่ๆในวันที่คุณกำลังใช้ชีวิตในวันนั้นอย่างไร้คุณค่าอย่างที่สุดอยู่นั้น

10 กิโล เพื่อ 6 หมื่น

มีคนบอกว่าเพิ่มน้ำหนัก 10 กิโลสิ แลกกับเงินจำนวนนั้นนะ
แต่ก็ยังเป็นเงินก้อนลอย ที่ไม่ได้คอนเฟิร์มว่าจะได้มันมั้ย
ถึงแม้จะต้องพกน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 10 กิโลแล้ว
คุณเคยลดน้ำหนักได้ 12 กิโลได้เมื่อประมาณครึ่งปีที่ผ่านมา
และมันก็เป็นช่วงที่เกิดจากความทรมานและเจ็บปวดใจอย่างสาหัส
คุณจะทำมั้ย จะทำตามข้อเสนอนี้มั้ย

เรื่องเพิ่มน้ำหนักเป็นแค่เปลือกเราศรัทธาตัวเองมากแค่ไหนกัน

(ข้อความด้านบนเขียนเมื่อมกราคม ส่วนข้อความด้านล่าง เขียนเมื่อมีนาคม)

แต่เมื่อชีวิตเดินทางมาอีกที่จุดหนึ่ง
งานเยอะ จนเลือกไม่ถูกว่าจะเรียงลำดับก่อนหลังอย่างไรดี
สิบกิโลหกหมื่นหายไป มีแต่เท่าเดิมสองหมื่นเข้ามาแทน
ทำให้รู้ว่า เราอย่าเปลี่ยนแปลงอะไรตัวเรา เพื่ออะไรเลย
เพราะในที่สุด ก็ต้องมีอะไรที่ต้องการเราแบบที่เป็นเรา
ถ้ายอมเพื่อหกหมื่น สองหมื่นคงไม่เกิด ศรัทธาในตัวเองคงจางไป

ขอบคุณการตัดสินใจในครั้งนั้น
ชีวิตมันเป็นวงกลม

แท็กซี่ แท็กซี่ แท็กซี่

จากจุดหมายหนึ่งไปจุดหมายหนึ่ง ด้วยความเร่งรีบ

เคยเจอกันบ้างไหม ที่ขึ้นแท็กซี่แล้ว พี่โชเฟอร์ชวนคุยตลอดทาง
อาจจะเรียกว่าคุยไม่ได้..
เพราะ “คุย” น่าจะมีการแลกเปลี่ยนบทสนทนาของทั้งสองฝ่าย
จึงน่าจะเรียกว่า “เล่า” หรือ “บ่น” หรือ “โม้” เสียมากกว่า
นั่นแหละ เคยเจอกันบ้างไหม

วันหนึ่ง
เหมือนจ่ายเงิน 100 บาท แลกกับการได้ฟังความคิดเห็นของโชเฟอร์ มากกว่าเสียเป็นค่ารถ
เริ่มแรก
“คนต่างจังหวัดเนี่ยน่ารักเนอะ”
......ชั้นเหมือนคนตจว.หรอ.......
“เค้าเดินน่ารัก ไม่เหมือนคนกรุงเทพ เพราะเค้าได้รับการสั่งสอนจากพ่อแม่”
.........................
“น้อง..กรุงเทพใช่มั้ย ดูก็รู้”
.......!!!?????!! ด่าชั้นหรอ......
“ทำงานไรเนี่ย พี่ขอทายนะ น้องเป็นผู้กำกับ”
“ห๊ะ พี่รู้ได้ไงเนี่ย”
“ต้องเป็นพวกผู้กำกับเวทีละคร ละครเวที หรือไม่ก็พวกรายการโชว์อะไรอย่างงี้ใช่มะ”
.......พี่เค้ารู้จักชั้นหรอเนี่ย (พยายามมองหน้าพี่เค้าให้ชัดมากขึ้น)..............
“ทำไมพี่ถึงคิดว่างั้นคะ”
“โอ้ย ดูก็รู้แล้ว พี่เคยทำงานพวกนี้
พี่เป็นคนคิดรายการเลยนะ พวกของเจเอสแอลอะ
นี่ถามดูได้เลย ไอ้หม่ำเนี่ยก็เตะก้นมาแล้ว ไปถามมันได้ว่า พี่ตี๋ รองผู้กำกับหน่ะ รู้จักมั้ย”
........เอาเบอร์หม่ำมาดิ.............
“เงินแสนสดๆอะ พี่เคยจับมาหมดแล้ว”
.........ทำรายการแล้วรวย อืมอืม ชักน่าสนใจ
“แล้วพวก ยุ้ย จีรนันท์ นุ่น วรนุช อะไรพวกเนี้ย พี่เคยขับรถไปส่งหมดแล้ว รถพี่โตโยต้า อัลพาร์ด นะ
สี่ล้านกว่าเลยนะ เก้าอี้เงี้ย กดปื๊ดเดียว เลื่อนลงไปส่งที่พื้นได้เลยนะ”
.........เอ่อ พี่รองผู้กำกับ พี่ต้องขับรถด้วยหรอ
“อ่าว แล้วเดี๋ยวนี้พี่ไม่คิดรายการแล้วหรอคะ”
.........เป็นนัยยะประมาณว่า ชีวิตพี่ช่างดูรุ่งเรือง แล้วไยตอนนี้คือโชเฟอร์แท็กซี่ที่กำลังไปส่งเรา
“(นิ่งไปสักพัก) ก็คิดดดด เนี่ยกะว่าจะทำรายการใหม่ แต่ตอนนี้พี่มีรถแท็กซี่หลายคัน พี่ก็เลยมาขับไง”

..............
นอกจากนี้ยังมีอื่นๆอีกมากมายหลายเรื่องราว ตลอดสี่สิบนาที ที่เล่าไม่ได้ เพราะพี่เค้าบอกว่า

“น้องอย่าเอาไปพูดต่อนะ ถ้าพูดน้องตายนะ ตายแน่ๆ ตายชัวร์ อย่าพูดต่อเชียวนะ พี่ไม่ได้จะฆ่านะ แต่ตำรวจ
..........เอ่อ แล้วเอากูไปเป็นส่วนหนึ่งทำม้ายยยยยย..................

อย่างไรก็ตาม
อีกหนึ่งเกร็ดจากพี้ตี๋ รองผู้กำกับ คือ
เวลาห้าโมงกว่า ไม่ต้องบอกแท็กซี่ว่าจะไปไหน แต่ให้โดดขึ้นเลย ไม่ว่ายังไงก็ไปได้หมด

ขอบคุณค่ะ พี่ตี๋ รองผู้กำกับ
พี่คุยสนุกดี


อีกสองวันถัดมา
ก็เจอพี่แท็กซี่อีกคน แกบอกว่า แกเป็นนักเตะทีมชาติไทยมาก่อน?!?
น่าเสียดาย ลืมถามชื่อ
แต่พี่ก็คุยสนุกดี และมีประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งไม่แพ้พี่ตี๋ รองผู้กำกับเลยค่ะ...พี่นักเตะทีมชาติไทย

โอ้วว กุ๊กไก่ช่างมีวาสนาเสียจริง ตะลึงตึงตึ้ง!

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ชอปปิ้ง

รถติด
แท็กซี่
เซ็นทรัลลาดพร้าว-ประตูน้ำ
พันธุ์ทิพย์-ประตูน้ำ
เก้าสิบบาทเท่ากัน!
อากาศร้อน
แดดจ้า
เร่งรีบ
หน้ามัน
น้องลืมของ
แม่บ่น
หงุดหงิดหงุดหงิด

กลับบ้าน
ซื้อเสื้อ
1
2
3
4
5
ตัว
820 บาท!
มากกว่าแท็กซี่ 730
สุขใจ....

หรือการชอปปิ้งเป็นความสุขแบบไม่ยั่งยืนของผู้หญิง
ที่ไม่ดีเหมือนเศรษกิจพอเพียงของในหลวง
แต่ก็มีดีกว่าไม่มี
?????????
แต่มีความสุขจัง เสียตัง 820 บาท

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

โอ เด็ก เด็ก เด็ก

ฉันอยากหอมกลิ่นแก้มเด็ก
(สูดหายใจเข้าลึก)

ฉันอยากกอดตัวเด็กนิ่มนุ่น
(โอบแขนกอดตัวเอง)

ฉันอยากเห็นยิ้มไร้ฟันของเด็ก
(เปิดหาในกูเกิล)

ฉันอยากมีเด็กมาสร้างพลังในตัวฉัน
(ยังไม่พร้อมที่จะมีเป็นของตัวเอง)

อยากเล่นกับเด็กจังเลย...

ดูเหมือนเล็ก แต่ใหญ่โต

ทำไมกับแค่เรื่องนิดเดียว ถึงพูดออกไปตอนนั้นอย่างที่รู้สึกไม่ได้

1. วินาทีนั้นตกใจ ตื่นเต้น คิดอะไรไม่ออกเลย ว่างเปล่า
2. เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึก หรือต้องการอะไรกันแน่
3. รู้แล้วว่าตัวเองรู้สึก "ไม่" หรือ "ได้" อยู่ลึกๆ แต่ยังไม่ได้วิเคราะห์ประเมินผลดีผลเสียอย่างถี่ถ้วน
4. รู้อย่างชัดเจนว่าต้องการอะไร แต่ไม่กล้าพูดออกไป เพราะกลัว...เสียภาพลักษณ์ เสียความน่าเชื่อถือ เสียความสัมพันธ์
5. เป็นคนที่ไม่มีจุดยืนของตัวเอง ตัดสินใจเองไม่เป็น

ไม่ว่าจะเป็นอะไร มันทำให้นึกเสียดายขึ้นมาตอนหลังอยู่เสมอ
ว่า..ไม่น่าเลยกู

ว่า..แต่ ข้อไหนห่วยสุด?

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ลองดูสักตั้ง

นานมาแล้ว ที่เคยเขียนอะไรแบบนี้
นานมาแล้ว ที่มีไดอารีฮับของตัวเอง
นานมาแล้ว ที่เวบนั้นล่มไปเรียบร้อย

เคยเขียนไดอารี่ลงสมุดบันทึกสวยงาม
เคยเขียนได้ 2 เล่ม
ความเคยชินนั้นก็ล่มไปเรียบร้อย

ลองใหม่ดู
ลองดูอีกสักตั้ง
เอาวะ จะต้องลองอีกกี่ทีหว่า