วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

บรื๋อบะลึมบะฮึยบรื๋อ

หลอนจริงจริงจังจัง
ผ่านไปเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี แต่ทำไมมันยังหลอนอยู่เรื่อยๆวะ
เกือบทั้งวัน เกือบทั้งเดือน เกือบทั้งปี
เพราะเรา เพราะเธอ หรือเพราะใคร
เพราะธรรมชาติมันพาให้หลอน หรือเพราะมนุษย์ด้วยกันเองกันแน่
ยังคงหลอนไปเรื่อยๆ หลับฝันตื่นคิด หลอนนนนน
ผีตัวนี้น่ากลัวชะมัด
หมอผีมาจับมันยัดลงหม้อปิดยันต์ที อย่าให้มาหลอนมาหลอกอีกเลย
แล้วจะไปหาหมอผีจากไหนได้ดี
ถ้าเราเป็นหมอผี แล้วจะเก่งพอที่จะหยุด ไม่ให้มีอะไรอย่างอื่นมาปล่อยผีตัวนี้ออกมาอีกรึเปล่า
help me...หลอน บรื๋อ

เราเกิดทุกข์ เพราะคนอื่น

เราทุกข์
เราไม่สบายใจ
เราโหยหาความสุข
เพราะ คนอื่น คนอื่น คนอื่น
ที่เราเสือกดันเอาเขามาเปรียบ
เพราะ คนอื่น คนอื่น คนอื่น
ที่เราเสือกเอาสายตาเขามาเป็นตัววัด
เพราะ คนอื่น คนอื่น คนอื่น
ที่เราเสือก เสือก เสือก
เฮ้อ...
เปรียบเทียบ ไม่เท่า เขาดีกว่า
มองเขา มองตัวเอง เราด้อยค่า
กลัว ผลักดันตัวเอง วงจรอุบาทว์
หยุดสักทีได้ป่าว ห๊ะ!!!

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

เด็กร่างใหญ่

ปีแล้วปีเล่าผ่านไป
โลกใสใส เริ่มมืดลง
ตาใสใส เริ่มหมองหม่น
ความเป็นเด็กเหลือเล็กลงจนน่าใจหาย

ออกไปเติมความรู้
ออกไปหาประสบการณ์
แต่เด็กในตัวโลดแล่นอยู่ได้ไหม
อย่าให้แทนที่ไป
กลับให้พอกพูนมา
เด็กและผู้ใหญ่ในใจ อยากให้เติบโตไปด้วยกัน

ทำแบบเด็ก คิดแบบเด็ก
มองใครใคร อย่างสดใส
ดีเป็นดี ร้ายเป็นร้าย
ไม่เคลือบแคลงสงสัยจนทำร้ายตัวเอง

ยิ้มบริสุทธิ์ย้อมใจให้สวยงาม
โลกใหญ่ใหญ่ คงน่าอยู่
สังคมเล็กเล็ก คงน่ารัก
แค่มีเด็กอยู่ในกายผู้ใหญ่เท่านั้นเอง

เถิดนะ ขอร้องเถิดนะ
แม้...

ออกไปเติมความรู้
ออกไปหาประสบการณ์
แต่เด็กในตัวโลดแล่นอยู่ได้ไหม
อย่าให้แทนที่ไป
กลับให้พอกพูนมา
เด็กและผู้ใหญ่ในใจ อยากให้เติบโตไปด้วยกัน

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2552

แกว่ง

คำว่า แกว่ง
ให้ความรู้สึกด้านลบ หรือ บวก

"แกว่ง"

รู้สึกว่าอารมณ์เรานั้นแกว่งง่ายเหลือเกิน
ตอนหกโมงเย็น alert สุดๆ
ตอนสี่ทุ่ม งืดมากซะแล้ว
ขึ้นอยู่กับอะไร...
สิ่งที่ทำอยู่ตอนนั้น คนที่ปฏิสัมพันธ์ด้วย ห้วงความคิดที่เกิดขึ้น
มันแกว่ง...
สิ่งที่พบเจอ คำพูดที่ได้ยิน การกระทำของตัวเอง
ทำให้แกว่ง...
แต่
แต่แกว่ง...

แกว่งชิงช้า นั้นเพลิดเพลิน สนุกสนาน ไหลลื่น ไม่หยุดนิ่ง
ต่างจากนั่งชิงช้าเฉยๆโดยไม่แกว่ง
แกว่งไปมา ขึ้นลง หน้าหลัง เฉออกด้านข้างบ้าง
พอเป็นสีสัน
จะไม่ล้ม..เพราะแกว่งได้ มันต้องมีสมดุลที่ดี ความถี่ที่เหมาะสม

อย่ากังวลไปเลย เพราะแกว่งไปมาอย่างไร มันก็จะผ่านจุดเดิมๆอยู่ดี

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552

แดนเนรมิต เนรมิตชัยชนะ

โอ้เย
เป็นครั้งแรกที่ไปนั่งเชียร์บอลกะคนเยอะเยอะ
แมนยู-ลิเวอร์พูล ณ แดนเนรมิต
สวนสนุกเก่าที่วันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้กลับไปเที่ยวสวนสนุกครั้งแรก

ตื่นตาตื่นใจกับคนมากมาย ใส่เสื้อแดง แต่ไม่ใช่ กลุ่มคนเสื้อแดง
มหัศจรรย์ไปกับความตื่นเต้นลุ้นระทึก เข้า ไม่เข้า เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เย้!
สนุกสนานเวลามีคนกรี๊ดเป็นหมู่มวลอยู่ล้อมรอบ เหมือนเวลาเล่นไวกิ้ง
พอยิ่งผลออกมาสมใจ ยิ่งเหมือนเป็นผลกำไรเล้ยยย

ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ทุกคนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก
ไม่มีการตรวจอาวุธก่อนเข้างาน
ไม่มีตำรวจมายืนมากมาย
แถมยังถากถาง ใช้คำพูดน่าถีบแก่กันและกันอีก
แต่ไม่มีเรื่องเลยแฮะ...ไม่ตายอย่างที่แอบกลัวตอนแรก

อยากไปอีกทีแฮะ เตะอีกเหอะ แดงเดือด...ยะฮู้

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

วงกลม กลมกลม

คุณกำลังประสบปัญหาไร้งานไร้เงิน
รู้สึกหดหู่กับปัญหาของตัวเองรู้สึกหดหู่จากสายตาที่เขาไม่ได้ตั้งใจสื่อความหมาย
แต่คุณก็รู้สึกไปเองว่าเขาประเมินคุณอย่างไร้ค่า
แล้วยังโดนประนามหยามเหยียดว่าคุณไม่ได้พยายามทำอะไรเลย
ทั้งๆที่คุณไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตเคยพยายามอะไรมากขนาดนี้แล้วล้มเหลว

แล้วจู่ๆในวันที่คุณกำลังใช้ชีวิตในวันนั้นอย่างไร้คุณค่าอย่างที่สุดอยู่นั้น

10 กิโล เพื่อ 6 หมื่น

มีคนบอกว่าเพิ่มน้ำหนัก 10 กิโลสิ แลกกับเงินจำนวนนั้นนะ
แต่ก็ยังเป็นเงินก้อนลอย ที่ไม่ได้คอนเฟิร์มว่าจะได้มันมั้ย
ถึงแม้จะต้องพกน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 10 กิโลแล้ว
คุณเคยลดน้ำหนักได้ 12 กิโลได้เมื่อประมาณครึ่งปีที่ผ่านมา
และมันก็เป็นช่วงที่เกิดจากความทรมานและเจ็บปวดใจอย่างสาหัส
คุณจะทำมั้ย จะทำตามข้อเสนอนี้มั้ย

เรื่องเพิ่มน้ำหนักเป็นแค่เปลือกเราศรัทธาตัวเองมากแค่ไหนกัน

(ข้อความด้านบนเขียนเมื่อมกราคม ส่วนข้อความด้านล่าง เขียนเมื่อมีนาคม)

แต่เมื่อชีวิตเดินทางมาอีกที่จุดหนึ่ง
งานเยอะ จนเลือกไม่ถูกว่าจะเรียงลำดับก่อนหลังอย่างไรดี
สิบกิโลหกหมื่นหายไป มีแต่เท่าเดิมสองหมื่นเข้ามาแทน
ทำให้รู้ว่า เราอย่าเปลี่ยนแปลงอะไรตัวเรา เพื่ออะไรเลย
เพราะในที่สุด ก็ต้องมีอะไรที่ต้องการเราแบบที่เป็นเรา
ถ้ายอมเพื่อหกหมื่น สองหมื่นคงไม่เกิด ศรัทธาในตัวเองคงจางไป

ขอบคุณการตัดสินใจในครั้งนั้น
ชีวิตมันเป็นวงกลม

แท็กซี่ แท็กซี่ แท็กซี่

จากจุดหมายหนึ่งไปจุดหมายหนึ่ง ด้วยความเร่งรีบ

เคยเจอกันบ้างไหม ที่ขึ้นแท็กซี่แล้ว พี่โชเฟอร์ชวนคุยตลอดทาง
อาจจะเรียกว่าคุยไม่ได้..
เพราะ “คุย” น่าจะมีการแลกเปลี่ยนบทสนทนาของทั้งสองฝ่าย
จึงน่าจะเรียกว่า “เล่า” หรือ “บ่น” หรือ “โม้” เสียมากกว่า
นั่นแหละ เคยเจอกันบ้างไหม

วันหนึ่ง
เหมือนจ่ายเงิน 100 บาท แลกกับการได้ฟังความคิดเห็นของโชเฟอร์ มากกว่าเสียเป็นค่ารถ
เริ่มแรก
“คนต่างจังหวัดเนี่ยน่ารักเนอะ”
......ชั้นเหมือนคนตจว.หรอ.......
“เค้าเดินน่ารัก ไม่เหมือนคนกรุงเทพ เพราะเค้าได้รับการสั่งสอนจากพ่อแม่”
.........................
“น้อง..กรุงเทพใช่มั้ย ดูก็รู้”
.......!!!?????!! ด่าชั้นหรอ......
“ทำงานไรเนี่ย พี่ขอทายนะ น้องเป็นผู้กำกับ”
“ห๊ะ พี่รู้ได้ไงเนี่ย”
“ต้องเป็นพวกผู้กำกับเวทีละคร ละครเวที หรือไม่ก็พวกรายการโชว์อะไรอย่างงี้ใช่มะ”
.......พี่เค้ารู้จักชั้นหรอเนี่ย (พยายามมองหน้าพี่เค้าให้ชัดมากขึ้น)..............
“ทำไมพี่ถึงคิดว่างั้นคะ”
“โอ้ย ดูก็รู้แล้ว พี่เคยทำงานพวกนี้
พี่เป็นคนคิดรายการเลยนะ พวกของเจเอสแอลอะ
นี่ถามดูได้เลย ไอ้หม่ำเนี่ยก็เตะก้นมาแล้ว ไปถามมันได้ว่า พี่ตี๋ รองผู้กำกับหน่ะ รู้จักมั้ย”
........เอาเบอร์หม่ำมาดิ.............
“เงินแสนสดๆอะ พี่เคยจับมาหมดแล้ว”
.........ทำรายการแล้วรวย อืมอืม ชักน่าสนใจ
“แล้วพวก ยุ้ย จีรนันท์ นุ่น วรนุช อะไรพวกเนี้ย พี่เคยขับรถไปส่งหมดแล้ว รถพี่โตโยต้า อัลพาร์ด นะ
สี่ล้านกว่าเลยนะ เก้าอี้เงี้ย กดปื๊ดเดียว เลื่อนลงไปส่งที่พื้นได้เลยนะ”
.........เอ่อ พี่รองผู้กำกับ พี่ต้องขับรถด้วยหรอ
“อ่าว แล้วเดี๋ยวนี้พี่ไม่คิดรายการแล้วหรอคะ”
.........เป็นนัยยะประมาณว่า ชีวิตพี่ช่างดูรุ่งเรือง แล้วไยตอนนี้คือโชเฟอร์แท็กซี่ที่กำลังไปส่งเรา
“(นิ่งไปสักพัก) ก็คิดดดด เนี่ยกะว่าจะทำรายการใหม่ แต่ตอนนี้พี่มีรถแท็กซี่หลายคัน พี่ก็เลยมาขับไง”

..............
นอกจากนี้ยังมีอื่นๆอีกมากมายหลายเรื่องราว ตลอดสี่สิบนาที ที่เล่าไม่ได้ เพราะพี่เค้าบอกว่า

“น้องอย่าเอาไปพูดต่อนะ ถ้าพูดน้องตายนะ ตายแน่ๆ ตายชัวร์ อย่าพูดต่อเชียวนะ พี่ไม่ได้จะฆ่านะ แต่ตำรวจ
..........เอ่อ แล้วเอากูไปเป็นส่วนหนึ่งทำม้ายยยยยย..................

อย่างไรก็ตาม
อีกหนึ่งเกร็ดจากพี้ตี๋ รองผู้กำกับ คือ
เวลาห้าโมงกว่า ไม่ต้องบอกแท็กซี่ว่าจะไปไหน แต่ให้โดดขึ้นเลย ไม่ว่ายังไงก็ไปได้หมด

ขอบคุณค่ะ พี่ตี๋ รองผู้กำกับ
พี่คุยสนุกดี


อีกสองวันถัดมา
ก็เจอพี่แท็กซี่อีกคน แกบอกว่า แกเป็นนักเตะทีมชาติไทยมาก่อน?!?
น่าเสียดาย ลืมถามชื่อ
แต่พี่ก็คุยสนุกดี และมีประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งไม่แพ้พี่ตี๋ รองผู้กำกับเลยค่ะ...พี่นักเตะทีมชาติไทย

โอ้วว กุ๊กไก่ช่างมีวาสนาเสียจริง ตะลึงตึงตึ้ง!